up date my life before my birthday coming...
posted on 07 Mar 2008 17:04 by minee in Flyingกลับมาเล่าเรื่องที่ยังค้างอยู่ค่ะ ก่อนจะถึงวันเกิดของตัวเอง สิ่งดีๆๆ และ สิ่งที่ไม่ดีก็เกิดขึ้นในชีวิต หลังจากบล็อกหน้าที่แล้ว มินีสัญญาว่าจะเล่าเรื่องที่ต้องบินไปภูเก็ต เพื่อไปรับเครื่องอีกลำที่จะมาบินทดสอบให้กับลูกค้าของบริษัทฯ เล่นเอามินีเหนื่อยสุดๆๆ เลยค่ะวีคนั้นทั้งวีค
25 Feb 08
บินไปภูเก็ตกับพี่อาร์ทกันสองคน เพื่อไปทำ ground handling แล้วก็รับเครื่องลำนั้นจากภูเก็ตมาดอนเมือง ขาไป นั่งเครื่องนกแอร์ไป แต่ขากลับนี้สิ ต้องนั่งเครื่องที่ทำนี่แหละกลับมา อยากจะบอกว่าไม่เคยกลัวเครื่องบินมากขนาดนี้มาก่อนเลย ดีที่ไม่เมา แต่ถ้าเป็นคนอื่นๆ คงมีเมาบ้างแหละ ก็อากาศที่ภูเก็ตฝนตกหนักมากกก เครื่องบินสูงแค่ 10,000 ฟิต ตกหลุมอากาศแบบนับครั้งไม่ถ้วน เจอฝนตกหนักอีก ฟ้าผ่า ฟ้าร้องตลอดทาง (ในใจอยากจะร้องไห้) ไม่น่าบินมาเลย แต่นักบินเขานิ่งมากเลย มีหลับด้วย หลับได้ไงก็ไม่รู้ พี่อาร์ทนั่งข้างนักบิน ช่วย comunicate กับ tower ให้กับนักบิน นั่งนิ่งเหมือนกัน หลับด้วย (แต่ลึกๆๆ ก็แอบกลัวล่ะสิ มินีรู้)
เครื่องบินมาจาก Subang ประเทศมาเลเซีย
พี่อาร์ทโบกเครื่องเองด้วย ในการทำ Ground Handling Outstation เนี้ย อยากจะบอกว่าทำที่หาดใหญ่ง่ายสุดๆๆ แล้ว เพราะสนามบินไม่ใหญ่มาก ไม่ต้องใช้รถ สามารถเดินได้เลย ติดต่อกับหน่วยงานง่ายกว่า แต่ที่ภูเก็ตเป็นอะไรที่ยุ่งยากนิดนึง แต่ลูกค้าของมินีก็ชอบมาลงที่นี้ เพราะมันน่าเที่ยวกว่า ก็แล้วแต่ ให้ไปทำที่ไหน ไปทำได้หมดแหละ งานนี่นะ
ลืมบอกข้อมูลของเครื่องเลย อิอิอิ โม้มากเกิน เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องแบบ PAC750XL ของบริษัท Pacific Aerospace ของประเทศนิวซีแลนด์ โดยเครื่องบินสามารถจุผู้โดยสารได้ 8 คน แต่ถ้าเอาเก้าอี้ออก เพื่อขนคนที่ชอบกีฬาแอกซ์สตีม เช่นพวกนักโดนร่ม ก็สามารถจุได้ 18 คน
หลังจากเครื่องลงจอดที่สนามบินภูเก็ต มินีจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ทั้งตม. ศุลกากร ฝ่ายพิธีการบิน ค่าธรรมเนียมต่างๆๆ (ต้องทำให้เร็ว เท่าที่จะทำได้) หลังจากนั้น พานักบินทั้งสองไปหาตม. แล้วถามเขาวา มินีจะซื้อของกินบนเครื่องนะ เอาอะไรหรือป่าว เขาเลยสั่งเบอร์เกอร์ไก่ เอาอันใหญ่ๆๆ มินีจัดให้ วิ่งไปซื้อที่ burger king คนเยอะมาก ต่อคิวตั้งนาน จนพี่อาร์ทโทรมาตามแล้วบอกว่า ให้เร็วๆๆ หน่อยๆๆ ฝนตกหนักแล้ว มินีวิ่งล่ะสิที่นี่ ไม่เคยเลยนะ ที่ทำงานแล้วจะไม่วิ่ง ต้องวิ่งตลอด (แล้วเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าตอนท้ายๆ มินีวิ่งจนเกิดเรื่อง)
เครื่องเตรียมออก ฝนตกหนักตลอดเลยค่ะ
พอเครื่องบินไต่ระดับที่ 7,000 ฟิต เริ่มเลยค่ะ เครื่องส่ายไปมาตลอดเลย ฝนก็ตกหนัก แต่นักบินเขาตั้ง auto pilot หลังจากนั้นหันมาขอของกิน บอกว่าหิวแล้ว okๆๆ จัดให้ค่ะ แต่มินีหิวก็หิว แต่กินไม่ลง กลัวมากกว่า
บินฝ่าฝนที่ตกหนักมากๆๆ
เครื่องส่ายไปมา มินียังสู้ สู้ ค่ะ ในใจกลัวมากเลย จะถึงดอนเมืองไหมเนี้ย???
เห็นคนอื่นๆๆ กินกัน มินีเริ่มหิวจริงๆๆ แล้วสิ กินบ้างสิเนอะ!!!
อากาศเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี ใกล้ถึงดอนเมืองแล้ว นั่งมาตั้ง 3 ชั่วโมง
ดีใจสุดๆๆ เห็น runway 21L แล้ว สุดท้ายก็มาถึงจนได้ รอดมาได้อีกครั้งนึง อิอิ
26 Feb 08
The first demostration flight by Aerothai and Royal Thai Airforce... we flown around Bangkok and Ayuthaya and back to Donmuang
departed from DMK,
view from the window
Our OPs team....
this aircraft registed from Newzeland
28 Feb 08
ต้องบินไปหาดใหญ่กับเครื่องลำนี้ เพราะเขาองแวะเติมน้ำมัน แล้วก็ทำ Immigration, Custom ที่นั้นด้วย ไม่วายเจอฝนจนได้ เบื่อจริงๆๆ เลย เครื่องส่ายแรงกว่าขามา แต่ไม่มีฟ้าผ่า
เมฆเหมือนจะสวย แต่มันน่ากลัวอ่ะ
นักบินคนที่ 1 หลับ
นักบินคนที่ 2 ก็หลับ (พี่อาร์ท จะหลับไปถึงไหนเนี้ย)
แล้วคนอื่นๆๆ จะทำยังไงล่ะ???
read magazine?
take a photo?
ทำทุกอย่าง เพื่อไม่ให้กลัว สองนักบินเราก็หลับไม่ตื่น เหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น
เริ่มลดระดับ เพราะใกล้ถึงหาดใหญ่แล้วค่ะ
มาถึงจนได้ เจ้านายบอกว่า ขากลับ เราจะกลับกับเครื่องอีกลำก็ได้นะ เครื่องเพิ่งบินมาจาก Seletar, สิงค์โปร์
คือแบบว่าไม่ดีกว่าค่ะ ซื้อตั๋วนกแอร์แล้ว ขอกลับแบบสบายๆๆ ดีกว่า
ก่อนเครื่องจะบินต่อไปสิงค์โปร์ มินีจัดการทำเอกสารให้นักบิน Immigration , custom เติมน้ำมัน เรียบร้อย เครื่องพร้อมออกแล้วค่ะ รูปนี้ ถ่ายเป็นที่ระลึก ก่อนจะจากกันไป เห็นลานจอดไหม แชะด้วยฝน
Flyaway to your next destination "XSP"
หลังจากนั้น มินีกับพี่อาร์ทเขาไปเช็คอิน กินข้าวที่สนามบินหาดใหญ่นั้นแหละ เตรียมกลับกรุงเทพฯ เหนื่อยมากเลยค่ะ ขึ้นเครื่องได้เป็บเดียว เครื่องไม่ทันได้ take off มินีกับพี่อาร์ทหลับเป็นตาย ตื่นอีกที ตอนที่เขาประกาศเตรียมแลนด์ที่ดอนเมืองแล้ว สุดยอดเลยค่ะ วันนั้นทั้งวัน เหนื่อยสุดๆๆ
นอกเรื่อง: มีน้องที่อ่านไดมินี นั่งมากับเครื่องนกแอร์จากหาดใหญ่-กรุงเทพด้วย เขาบอกว่าจำมินีได้ แต่ไม่ได้ทัก แอบชมว่ามินีดูดีกว่าตัวจริง แหมน้อง!!! พูดจาน่ารักอย่างนี้ พี่รักตายเลย อิอิอิ
ในวันเดียวกัน เวลา 19:30 มินีงานเลี้ยงที่ร้าน The Local เป็นงานเลี้ยงส่ง 2 Instrutor ที่มาสอนช่างของเรา เขาบินมาสอนจากสเปน อยู่เมืองไทยเกือบเดือน มินีได้หัดพูด spainish กับเขาด้วยเลย อิอิอิ แต่ยากค่ะ ออกเสียงยากมากๆๆ
เริ่มจากคนแรก Kustavo และถัดมา Jose เป็นอาจารย์สอนช่างของเราค่ะ
คนที่ 3 David จาก Hawker และ คนถัดมาคนคุ้นเคยชื่อ Rodney นักบิน Ferry ของ Hawker สองคนนี้ไม่ได้มาสอน แต่มาติดต่องานกับบริษัทเราบ่อยๆๆ อยู่แล้ว
เจ้านายมินี, คุณ Bernard, พี่อาร์ท, แอปปลี่
สั่งเหมือนกัน อิอิ
คนสวยๆๆๆ แอบเมานะเนี้ย!!
29 Feb 08
บินไปนครสวรรค์กับคุณ Rodney เพราะขากลับ เราต้องนั่งรถบริษัทฯ กลับกรุงเทพกับคุณ Rodney ด้วยกัน
ภาระกิจครั้งนี้ คือบินส่งมอบเครื่องที่เพิ่งซ่อมเสร็จ เลื่อนการบินส่งมอบมาตั้งหลายครั้ง วันนี้บินได้สักที่นะ
นักบินคือ คุณ Rodney ค่ะ
มินีนั่งหน้ามันเชียว
วันนี้ฟ้าสวยค่ะ
บินไปแค่ 30 นาทีก็ถึงแล้ว
หลังจากออกจากสนามบินนครสวรรค์ ก็พาคุณ Rodney ไปกินข้าวก่อนกลับกรุงเทพฯ ตลอดระยะทางคุณกับคุณ Rodney ตั้งหลายต่อเรื่อง เขาเป็นนักบิน Ferry ที่อายุ 60 อายุมากแล้ว แต่ก็ยังต้องบิน เพราะตอนนี้มีแค่เขากับคุณ Tim เท่านั้นที่เป็นนักบิน Ferry เครื่องของ Hawker เขาเล่าให้ฟังว่า เขาต้องห่างจากครอบครัวตลอดเวลา ทั้งๆๆ ที่บั่นปลายของเขาน่าจะได้หยุดพักได้แล้ว แต่เขาก็มีครอบครัวที่น่ารัก และน่าอบอุ่นเลยที่เดียว มินีเคยเจอภรรยาเขาด้วย น่ารักมากๆๆ เขารักที่จะเป็นนักบิน เขาเป็นนักบินตั้งแต่มินียังไม่เกิดด้วยซ้ำไป น่าทึ่งเนอะ มินีเคยถามว่าเบื่อบ้างไหม? เวลาบินคนเดียวครึ่งโลกแบบนี้ เขาบอกว่าไม่เบื่อ เขามีหนังสือเป็นเพื่อน ขณะที่บิน เขานั่งอ่านหนังสือไปเรื่อย ดีเนอะ!! เขาเป็นนักบินที่ดี ไม่แปลกที่เขายึดอาชีพนี้ตั้งเกือบสามสิบปี
จบเรื่องงาน,,,
คราวนี้มาเรื่องของมินีบ้าง (ที่บอกว่าจะเล่าเรื่องที่วิ่งจนเกิดเรื่อง)
5 Mar 08, ตอนห้าทุ่มกว่าๆๆ
ทำงานอยู่จนดึก แวะไปส่งลูกค้าที่ Miracle Grand ขากลับให้น้องคนรถส่งมินีที่ Foodland แวะซื้อของ ซื้อเสร็จ วิ่งออกมาเพื่อจะเรียก taxi กลับบ้าน เจอดีเลยค่ะ มีตะปูแอบ คอยจ้องทำลายคนที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ จริงๆๆ มินีว่าน่าจะไม่ใช่ตะปู เพราะมันใหญ่มาก อยู่บนทางเท้า มินีไม่เห็น วิ่งกระโดดเท้าเหยียบตะปูนั้นเต็มๆๆ ทั้งๆ ที่ใส่บู๊ทแล้วนะ ส้นก็หนาอยู่ แต่ก็ทะลุมาโดนเท้ามินีเต็มๆๆ เลือดไหลเต็มรองเท้า มินีซื้อของเยอะด้วยไง เลยบอกให้ taxi ไปส่งที่คอนโด เรียกพี่อลันมารับหน่อย เพราะเดินไม่ไหวแล้ว ของก็เยอะ ตอนแรกจะไปหาหมอ แต่มันดึกมากแล้ว เดินไม่ไหว มินีโทรหาพ่อ ถามว่าต้องทำไง พ่อบอกให้ไปหาหมอ แต่ถ้าไปไม่ไหว เขาบอกว่าให้ทำความสะอาดให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำไปร้องไป เจ็บนี่นะ!!! เปิดแผลให้กว้าง เพื่ออากาศจะได้ถ่ายเทได้ แล้วค่อยไปหาหมอตอนเช้า
6 Mar 08
ไปหาหมอ หมอด่าด้วยว่าทำไมปล่อยแผลให้เป็นแบบนี้ มินีโดนมีดหมอกรีดลงตรงแผล เดิมแผลกว้าง 0.8 ซม. หมอกรีดซะกว้างเกือบ 2 ซม. อัดยาลงไปในแผล เลือดไหลเยอะมาก เจ็บสุดๆๆ ฉีดยาชาแล้ว ก็เจ็บ เพราะยาไม่ทันชา หมอลงมือทำเลย เพิ่งจะรู้ว่าเจ็บสุดตีนมันเป็นแบบนี้นี่เอง
ดูสภาพเท้าสิ บวมเลยค่ะ
รูปนี้เซ็งเลยอ่ะ เจ็บแผลมากเลย
เป็นของขวัญวันเกิดที่สะใจมากๆๆ ปีต่อๆ ไป ไม่เอาอีกแล้วนะค่ะ ไม่อยากได้ของขวัญแบบนี้เลย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า วันหลังหัดเดินเหมือนคนอื่นเขาบ้างก็ได้นะ มินี!!!! จะได้ไม่เจ็บตัวแบบนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนวันเกิดของมินีที่ใกล้จะมาถึง หลังจากนี้ไปคงมีแต่สิ่งดีๆๆ แล้วนะ
ปล. ขอบคุณที่ติดตามอ่าน หน้าที่แล้ว มีคนเมนให้น้อยมากเลย!!! แต่ไม่ป็นไร เห็นยอดคนเขามาอ่าน แต่ไม่เมนท์เยอะอยู่ แต่เมนท์หน่อยก็ดีนะค่ะ รักทุกคนค่ะ ยกเว้น.....


































อิอิ)
ขอให้หมดเคราะห์หมดโศก....ขอให้มีเรื่องดีๆ ตามมานะคะ..หรือว่าจะได้โบนัสก้อนยักษ์ เงินเดือนจะขึ้นอีกเท่าตัว..
โห..ทำงานหนักจริงๆ น่าตื่นเต้นด้วย..ดีนะคะที่เป็นตาปูตำเท้าแทนเครื่องบินตก..
หุหุ..เพิ่งรู้หลับก็ขับเครื่องบินได้
ขอพระคุ้มครองให้ปลอดภัยในการทำงานทุกครั้งนะคะ
#1 By MayaKniGht on 2008-03-07 20:30